คำถามท้ายบทที่ 2



e-commerce กับ e-business เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?


E-business คืออะไร

e-Business นั้น คือ การดำเนินกิจกรรมทาง “ธุรกิจ”ต่างๆ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การใช้คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและอินเทอร์เน็ต เพื่อทำให้กระบวนการทางธุรกิจ มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของคู่ค้า และลูกค้าให้ตรงใจ และรวดเร็วและเพื่อลดต้นทุน และขยายโอกาสทางการค้า และการบริการ เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลจะมีคำศัพท์ที่ได้ยินบ่อยๆ อาทิ

E-Commerce คืออะไร
E-Commerce มีชื่อที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” โดยความหมายของคำว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีผู้ให้คำนิยามไว้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีคำจำกัดความใดที่ใช้เป็นคำอธิบายไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีดังนี้ “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์” (ศูนย์พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, 2542)” “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การผลิต การกระจาย การตลาด การขาย หรือการขนส่งผลิตภัณฑ์และบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์” (WTO, 1998) “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ ธุรกรรมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ทั้งในระดับองค์กรและส่วนบุคคล บนพื้นฐานของ การประมวลและการส่งข้อมูลดิจิทัลที่มีทั้งข้อความ เสียง และภาพ” (OECD, 1997)
จากความหมายของ e-business กับ e-commerce จะเห็นได้ว่าสองคำนี้มีความหมายที่ใกล้เคียงกัน แต่อันที่จริงแล้วมีความหมายต่างกันโดย e-business สรุปความหมายได้ว่าคือการทำกิจกรรมทุกๆอย่าง ทุกขั้นตอนผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีขอบเขตกว้างกว่า แต่ e-commerce จะเน้นที่การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนตเท่านั้น จึงสรุปได้ว่า e-commerce เป็นส่วนหนึ่งของe-business
B - Business (หน่วยธุรกิจเอกชน)
C - Consumer (ผู้บริโภค)
G - Government (รัฐบาล)
 
Business-to-Business (B2B)

ใช้ในการทำธุรกิจระหว่าง ธุรกิจ สู่ธุรกิจ หรือ บริษัท กับ บริษัท องค์กร กับ องค์กร ทั้ง ต้นน้ำ ปลายน้ำ หรือกับลูกค้าที่เป็นธุรกิจ เช่น ส่งออก วางระบบ บริการ Software การเชื่อมโยง Connectivity หรือ Net Work ทั้ง data & voice เช่น Cisco,E procurement, Thai Horizon, Winstore 
 
Business-to-Customer (B2C)


การค้าจากธุรกิจสู่ผู้บริโภค เช่น การเปิด Virtual Mall หรือ การค้า บนอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า E Commerce เช่น Amazon.com,Priceline.com,Naspter,Etoy,EOtoday, Magazine Online

Business-to-Business-to-Customer (B2B2C)



การเชื่อมต่อ B2B และ B2C เข้าด้วยกัน นั่นหมายถึง องค์กรธุรกิจขายให้องค์กรด้วยกัน แต่องค์กรจะจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าอีกทีหนึ่ง เช่น tarad.com (ตลาดดอทคอม)

Customer-to-Customer (C2C)



การทำธุรกิจที่เน้น ให้ ลูกค้าสร้างกลุ่มกันเองขึ้นมา เป็นชุมชน เข้า Chat หรือ พูดคุยให้ความเห็นกัน เช่นpantip.com ,ebay เวปสำหรับเสนอการประมูลขายของ,ICQ,Hotmail


Customer-to-Business (C2B)



การติตต่อจากลูกค้าเข้ามาหาธุรกิจ เช่นการขอบริการ การหาข้อมูล พวก search engine ทั้งหลาย ISP, ASP ที่ลูกค้ามักมีความต้องการติดต่อเข้ามาหาธุรกิจ Yahoo.com , Microsoft.com มา download Software , Egoverment มาขอข้อมูลรัฐและ การร้องขอบริการจากภาครัฐ,Bankasia4u.com ธนาคาร ออน์ไลน์ ที่ลูกค้าเข้ามาร้องขอทำธุรกรรมการเงิน
ใน 4 ต้นแบบพบว่าต้นแบบแรกมีมูลค่าเป็น 10 เท่าตัวของต้นแบบอื่นๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้นแบบอื่นจะไม่ประสพผลสำเร็จ ปัญหาคือธุรกิจ บางครั้งต้องผสมผสานการทำงานทั้ง 4แบบ และมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่นๆ รวมถึง การผสมผสานระหว่าง หน้าร้านกับ ออน์ไลน์

Mobile Commerce หรือ M-Commerce




การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม หรือการเงิน ผ่านทางอุปกรณ์ไร้สายแบบต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ, PDA (Personal Digital Assistant), PocketPC เป็นต้น แต่อุปกรณ์ไร้สายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ก็คือโทรศัพท์มือถือ เหตุผลที่หลายบริษัทเลือกดำเนินธุรกิจบนโทรศัพท์มือถือคือ รูปแบบในการติดต่อสื่อสารทำได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องกระทำผ่านทางคอมพิวเตอร์เหมือนธุรกิจประเภทการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce ที่ส่วนมากจะกระทำอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่เมื่อปรับการทำธุรกิจมาอยู่บนอุปกรณ์ไร้สายอย่างโทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้ก็ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งบริการเสริมต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น และที่สำคัญคือไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่ของการใช้งาน แต่ประสิทธิภาพในการใช้งานบางเรื่องอาจจะด้อยกว่าคอมพิวเตอร์

Categories: Share